เจาะลึก "โครงสร้างน้ำมันไทย" ตัวการซ่อนเร้น "วิกฤตขาดแคลน" ที่ไม่ใช่แค่เรื่อง "น้ำมัน" nationtv.tv
18 มีนาคม 2569 แม้รัฐบาลยืนยันว่า “น้ำมันยังไม่ขาดแคลน” แต่ภาพประชาชนต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียดในหลายจังหวัด และบางพื้นที่เริ่ม “ปั๊มปิด” กลับสะท้อนความจริงอีกด้าน
ประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตเชิงโครงสร้าง” ของระบบพลังงาน มากกว่าวิกฤตปริมาณน้ำมันเพียงอย่างเดียว
1) ระบบราคา “อิงตลาดโลก” แต่ไม่อิงต้นทุนจริงในประเทศ
โครงสร้างราคาน้ำมันไทยอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ ซึ่งทำให้ราคาภายในประเทศ “ลอยตามตลาดโลก” แม้ไทยจะมีโรงกลั่นเอง
ผลกระทบ
-ราคาหน้าปั๊มสูงกว่าที่ควรจะเป็น
-ไม่สะท้อนต้นทุนจริงในประเทศ
-ผู้บริโภคแบกรับความผันผวนเต็ม ๆ
2) “ภาษี + กองทุนน้ำมัน” ตัวแปรที่บิดเบือนราคา
ราคาน้ำมันไทยไม่ได้มาจากต้นทุนน้ำมันล้วน ๆ แต่ประกอบด้วย:
-ภาษีสรรพสามิต (หลายบาท/ลิตร)
-เงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน
-ค่าการตลาด
โดยเฉพาะ “ดีเซล” มีทั้งภาษีและการอุดหนุนพร้อมกันในระบบเดียว
ปัญหา
-รัฐ “เก็บภาษี” แล้ว “เอาเงินมาอุดหนุน”
-กองทุนน้ำมันแบกภาระมหาศาล (หลักพันล้าน/วันในบางช่วง)
-ราคาถูก “แบบหลอกตา” ก่อนระเบิดทีเดียว
3) การตรึงราคา = จุดเริ่มต้นของ “ดีมานด์ลวง”
-เมื่อรัฐตรึงราคาน้ำมัน เช่น ดีเซล ~29.94 บาท/ลิตร
สิ่งที่เกิดขึ้น
-คนใช้มากขึ้น (เพราะราคาถูกกว่าความจริง)
-เกิด “การเร่งเติม” ก่อนหมดมาตรการ
-นำไปสู่การจำกัดการขาย เช่น เติมไม่เกิน 500 บาท
นี่คือ “วิกฤตความต้องการพุ่ง (Demand Shock)” ไม่ใช่แค่น้ำมันหาย
4) ไทยพึ่งพานำเข้าน้ำมันสูง = เสี่ยงทันทีเมื่อโลกผันผวน
-ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 51%
เมื่อเกิด
-สงครามตะวันออกกลาง
-ปัญหาช่องแคบฮอร์มูซ
ต้นทุนจะพุ่งทันที และกระทบทั้งระบบ
แม้ไทยมีน้ำมันสำรอง ~95 วัน แต่ “ของพร้อมใช้จริง” มีเพียง ~39 วัน
ช่องว่างนี้คือ “ความเสี่ยงเชิงโลจิสติกส์”
5) โครงสร้าง “อุดหนุนแบบเหมา” ทำให้ทรัพยากรถูกใช้ผิดกลุ่ม
-การอุดหนุนราคาน้ำมันแบบ “เท่ากันทุกคน”
ทำให้
-คนรายได้สูงได้ประโยชน์มาก
-คนจนไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

แหล่งข่าว: nationtv.tv


